บทที่ 12 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP12

บ่ายแก่ๆ จวนเจียนจะพลบค่ำของวันเดียวกัน เจ้ารถคันเล็กขับเคลื่อนเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ด้วยความเร็ว เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นดังจนแสบแก้วหู ร้อนจนประมุขของบ้านที่นั่งอยู่กับภรรยาในห้องนั่งเล่น ถึงกับรีบจูงมือของภรรยาเดินมาดูต้นเหตุของเสียงที่ดังไปลั่นบ้าน ด้วยความกลัวว่าคนที่ทำให้เกิดเสียงห้วนไม่สบอารมณ์จะเกิดเสียหลักเข้า

แต่กลายเป็นว่าพอเดินออกมาได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น ร่างระหงของบุตรสาวที่ถือถุงเสื้อผ้าเดินเข้ามาเสียจนเต็มไม้เต็มมือ และทำท่าว่าจะไม่ทักทาย ร้อนจนผู้เป็นพ่อต้องเอ่ยถามออกไปทันทีที่บุตรสาวเดินมาถึงตรงหน้าของเขา

“กลับมาแล้วเหรอลูกบัว” รุจเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

“ค่ะ ลูกบัวขอตัวนะคะ มีธุระสำคัญที่จะต้องรีบไปทำ” ตอบกลับไป แต่ไม่แม้จะมองหน้าผู้ถาม ก็ทำให้คนที่รอคอยคำตอบที่มากกว่านี้ ถึงกับหน้าม้านเพราะเข้าใจว่าบุตรสาวกำลังโกรธเขาอยู่

“จะรีบไปไหนล่ะหนูบัว” เมื่อเห็นสีหน้าสามี ลลนาเลยเอ่ยปรามบุตรสาวออกไป พร้อมกับส่งสายตาตำหนิไปให้ เพราะสิ่งที่ลูกสาวกระทำอยู่ มันไม่สมควรอย่างยิ่ง

“ลูกบัวมีธุระที่ต้องจัดการนิดหน่อยน่ะค่ะคุณแม่ ลูกบัวขอตัวนะคะ” เอ่ยจบลลิตาก็รีบเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองทันที

“ลูกบัวคงยังโกรธพวกเราอยู่แน่ๆ เลยค่ะคุณพี่ เราล้มเลิกที่จะให้ลูกบัวแต่งงานกับลูกชายคุณณัชดีกว่าไหมคะ น้องไม่อยากเห็นลูกไม่มีความสุขเลย”

“สักวันลูกจะเข้าใจ ว่าสิ่งที่พวกเราเลือกให้ คือสิ่งที่ดีที่สุด” สองสามีภรรยาพยักหน้าให้กัน ก่อนจะพากันเดินกลับมานั่งยังโซฟาภายในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง

หลังจากเปิดประตูเข้ามาภายในห้องได้ ลลิตาก็จัดการโยนของทุกอย่างที่อยู่ในมือ ลงบนที่นอนขนาดใหญ่ทันที ก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน ซึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและเครื่องปริ้นเตอร์ตั้งอยู่ ไม่รอช้าเจ้าของห้องก็จัดการเปิดเครื่อง เพื่อเข้าไปจองตั๋วเครื่องบินด้วยความรวดเร็ว เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น จึงเดินกลับมานั่งลงบนเตียงกว้าง ก่อนจะนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงด้วยความดีใจ

กระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นปากถุงเสื้อที่ซื้อมาเท่านั้นแหละ คนขี้เห่อก็จัดการหยัดกายลุกขึ้นนั่ง หยิบถุงเสื้อผ้าหลากหลายถุงและหลายแบรนด์ เทของที่อยู่ด้านในออกมา หยิบตัวโน้นลองตัวนี้อย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบกระเป๋าเดินทางใบย่อม แต่สามารถบรรจุเสื้อผ้าได้อย่างน้อย 6 ชุดออกมา จัดเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ทุกตัวลงในกระเป๋า อย่างไม่รีบร้อนมากนัก

เมื่อเวลาผ่านไปได้พักใหญ่ ลลิตาก็มองกระเป๋าเดินทาง ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว จนแน่นแทบจะปิดไม่ลง สุดท้ายเลยจำต้องเอาออกบ้างเป็นบางส่วน เพราะยังไงเสียหญิงสาวก็พอจะใส่เสื้อผ้าของอลิสลาได้ เนื่องจากรูปร่างที่ไม่ต่างกันมากนัก

แต่แล้วอยู่ๆ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น คนที่มีแผนจะหนีออกจากบ้าน ก็รีบซ่อนกระเป๋าเดินทางทันที เพราะถ้าขืนถูกจับได้ มีหวังถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปไหนอย่างแน่นอน เมื่อกระเป๋าถูกซ่อนพร้อมกับกวาดสายมองรอบๆ ห้องแล้ว ไม่มีอะไรผิดสังเกต ลลิตาจึงเดินไปที่ประตูห้อง เพื่อเปิดให้คนด้านนอกได้เข้ามาตามต้องการ

“คุณแม่มีอะไรกับลูกบัวเหรอคะ”

“แม่ขึ้นมาตามหนูไปกินข้าวลูก” ลลนาที่เห็นว่าถึงเวลาอาหารค่ำแล้ว แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวยังไม่ยอมลงมา จนต้องขันอาสาขึ้นมาตาม เพราะไม่อยากให้สามีของเธอ จะต้องนั่งทานข้าวด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยที่ลูกรักไม่ยอมลงมาทานข้าวด้วยกันอย่างเช่นทุกวัน

“ลูกบัวไม่หิวเลยค่ะคุณแม่”

“ไม่หิวก็ลงไปทานหน่อยนะลูกบัว คุณพ่อรอทานข้าวพร้อมลูกอยู่นะคะ”

ลลิตาถึงกับสะอึกในสิ่งที่ผู้เป็นแม่พูดออกมา ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าพ่อของเธอนั้นรักและเป็นห่วงมากแค่ไหน แต่ยังไงภายในใจก็ยังค้านกับสิ่งที่คุณพ่อตัดสินใจ โดยไม่คิดจะฟังในสิ่งที่เธอต้องการแบบนี้ แต่สุดท้ายแล้วแม้ว่าจะยังรู้สึกโกรธแค่ไหน แต่ยังไงเธอก็เป็นลูกสาวที่รักคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด   จนไม่อยากจะทำให้พวกท่านเสียใจและรู้สึกเศร้ากับการกระทำของเธอในวันนี้ แต่ถ้าเป็นพรุ่งนี้ถือว่าเป็นอีกวัน ความผิดที่กำลังจะทำนั้น ค่อยมายอมรับเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย

“เดี๋ยวลูกบัวตามลงไปนะคะ”

บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายอย่าง ซึ่งแต่ละจานล้วนแล้วแต่เป็นอาหารจานโปรดของลลิตาแทบทั้งสิ้น ส่วนคนที่ลงมือทำอาหารมื้อนี้ก็ไม่ใช่ใคร นอกจากบุพการีทั้งสองท่าน ที่มักจะชอบเข้าครัวช่วยกันทำอาหารให้ลูกสาวได้ทานในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้

“พ่อกับแม่ตั้งใจทำทุกจานเลยนะลูก” รุจบอกบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม

“งั้นลูกบัวทานนะคะ หอมที่สุดเลย” เมื่อเห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน  ยามส่งมาให้ตนนั้น ความรู้สึกโกรธและน้อยใจก่อนหน้านี้หายไปจนหมด เพราะเธอชอบที่สุดเวลาที่ครอบครัวได้ทานข้าวร่วมกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป